ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เปิดเผยภายในงาน “GC INNOVATION FOR SUSTAINABLE FUTURE INNOVATION FORUM 2019” ที่อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี ว่า เป็นการแสดงให้เห็นถึงทิศทางการขับเคลื่อนธุรกิจของ GC ที่ให้ความสำคัญทั้งในเรื่องการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อตอบสนองผู้บริโภคและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้น
“การจัดงานครั้งนี้มีความพิเศษโดยบริษัทฯ มุ่งเน้นเรื่องของนวัตกรรม (Innovation) และความร่วมมือ (Collaboration) โดย GC และพันธมิตรจะร่วมมือกันพัฒนา และสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์โลกที่ไม่หยุดนิ่ง และยังร่วมมือกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับสภาวะธุรกิจที่มีการแข่งขันในยุคปัจจุบัน ซึ่งทั้งนวัตกรรม และความร่วมมือ จะเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการสร้างขีดความสามารถด้านการแข่งขันของธุรกิจในปัจจุบันและอนาคต” ดร.คงกระพัน กล่าว
ทั้งนี้ GC ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อน 3 ด้านได้แก่ นวัตกรรม ความร่วมมือ และความยั่งยืน ซึ่งงานในวันนี้ถือเป็นเวทีที่คู่ค้า ลูกค้า พันธมิตร และ GC ได้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกัน และทำให้พวกเราได้ช่วยกันสร้างสรรค์นวัตกรรม สร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ดังเช่น พลาสติกซึ่งเป็นของดี ช่วยให้ชีวิตประจำวันสะดวกสบาย แต่ด้วยพฤติกรรมการทิ้งที่ไม่ถูกต้อง ได้นำซึ่งปัญหา ซึ่ง GC มีทางออกอย่างยั่งยืนสำหรับทุกคน ได้แก่ ไบโอพลาสติกที่สามารถสลายตัวได้ทางชีวภาพ รวมถึงการนำขยะพลาสติกมาสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านกระบวนการอัพไซคลิ่ง เป็นต้น
ดร.คงกระพัน กล่าวต่อว่า สำหรับการจัดกิจกรรม GC INNOVATION FOR SUSTAINABLE FUTURE INNOVATION FORUM 2019 ในครั้งนี้ นับเป็นก้าวที่สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจที่จะนำไปสู่การพัฒนาร่วมกันทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการหาตลาดใหม่ๆ ที่สามารถตอบโจทย์ทุกกลุ่มเป้าหมายด้วยความร่วมมือกับองค์กรและสถาบันต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน สถาบันการศึกษา รวมถึงชุมชน (Collaboration) บนแนวทางการสร้างคุณค่าให้กับพลาสติก ตามแนวคิด Circular Living ที่จะนำไปสู่ความยั่งยืนทั้งระบบเศรษฐกิจ สังคม และ สิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม
“นอกจากนี้ การสร้าง Ecosystem หรือระบบนิเวศ ก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยต้องเริ่มจากหน่วยงานเล็กๆ ไม่ว่าจะภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ บริษัท เอกชน ไปจนถึงรัฐบาลที่ต้องหันมาร่วมมือกันอย่างเป็นรูปธรรม ในวันนี้ GC พร้อมสนับสนุนและให้บริการลูกค้าอย่างเป็นระบบ (Total Solution Provider) ทั้งในเรื่องของการพัฒนาไบโอพลาสติก (Bioplastics) การรีไซเคิลและอัพไซคลิ่ง ผลิตภัณฑ์ (Recycled/Upcycling Products) ที่ GC มีเป้าหมายในการสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ และเกิดการยอมรับในตลาดมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นแนวทางที่ธุรกิจทั่วโลกให้ความสำคัญ” ดร.คงกระพัน กล่าวทิ้งท้าย
ด้าน ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวเสวนาในหัวข้อ “Innovation Breakthrough” ว่า วันนี้เป็นโลกยุครุนแรกที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ คือ โลกยุคทำลายและเกิดใหม่ หรือ โลกยุคดิสรัปชั่น เห็นได้จากเมื่อมีโฆษณาใน YouTube เพียงไม่กี่นาที ทุกคนจะกดข้ามโฆษณาทันที เช่รเดียวกับการเติบโตของเมืองที่ทำให้คนเดินทางมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะคนเมืองที่อาศัยอยู่ในเมืองไม่ได้ เพราะค่าที่พักและราคาที่ดินแพง จึงทำให้คนส่วนใหญ่ออกไปอยู่ต่างจังหวัดและเดินทางเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ส่งผลระบบขนส่งเปลี่ยนแปลงไป หากมองในอนาคตตามทฤษฎี มนุษย์สามารถถูกผลักดันด้วยพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า การเดินทาง กรุงเทพฯ – เชียงใหม่ จะใช้ระยะเวลาเพียง 10 นาที
“เมื่อกล่าวพูดถึงยุคปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence หรือ AI ซึ่งเริ่มแรก AI เป็นโปรมแกรมที่เขียนขึ้นมาเพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงานและเรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่ตอบสนองด้วย Big Data Set แต่ตอนนี้ AI เกิดมาเป็น Super professor และวันนี้เข้าสู่ยุค Sensitization of Things คือ ทุกสิ่งวัดได้หมด ไม่ว่าจะเป็น ตา หน้า เสียง การสัมผัส ท่วงท่าการเดิน และสมอง ที่ทุกอย่างบันทึกและสร้างขึ้นมาใหม่ได้ และสามารถใช้แทนคนได้หมด” ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าว
วันนี้นวัตกรรมและธุรกิจต้องเปลี่ยนแปลง เพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง ซึ่งวันนี้ธุรกิจในประเทศไทยและนวัตกรรมทุกอย่างมุ่งไปที่ Smart city ทั้งหมด จึงต้องย้อนกลับมาถามว่า เรามีความพร้อมมากขนาดไหนในเรื่องนี้ เพราะตอนนี้ความฉลาดอยู่ที่วัตถุรอบตัวหรือ Smart city ที่ไม่ใช่เป็นของคนไทย ซึ่งหากคนไทยไม่คิดจะเปลี่ยน คิดจะสู้ ลูกหลานจะเป็นทาสเทคโนโลยีไปตลอดกาล
ขณะที่ ดร.เกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาการตลาดธุรกิจปิโตรเคมีขั้นปลาย บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวว่า เป้าหมายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อนำไปใช้ทั้งในภาคอุตสาหกรรม และชีวิตประจำวันเพื่อให้เหมาะสมกับไลฟไสตล์ของผู้บริโภคในปัจจุบันที่มีความต้องการที่หลากหลาย ด้วยเหตุนี้ องค์กรจึงให้ความสำคัญกับงานวิจัยและพัฒนา ทั้งด้านการออกแบบ การคัดเลือกวัสดุที่เหมาะสม เพื่อสามารถนำไปใช้ในกระบวนการผลิตเชิงอุตสาหกรรม โดยได้เฟ้นหานวัตกรรม และเทคโนโลยีที่จะช่วยทำให้เกิดการสร้างโซลูชั่นใหม่ๆ ผ่านการทำงานร่วมกับพันธมิตรต่างๆ ทั้งองค์กรรัฐบาล เอกชน และสถาบันวิจัยต่างๆ โดยใช้ศูนย์ความร่วมมือและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Customer Solution Center หรือ CSC) เป็นศูนย์กลางในการสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่นำวัตถุดิบที่มีความหลากหลายของ GC ไปเป็นพื้นฐานในการสร้างผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นพลาสติกรีไซเคิล ไบโอพลาสติก หรือวิศวกรรมพลาสติก
“ปัจจุบัน ศูนย์ CSC ผ่านการดำเนินการมากว่า 2 ปี และอยู่ระหว่างการพัฒนาผลิตภัณฑ์ กว่า 190 ชิ้นงาน สามารถผลิตเชิงพาณิชย์ออกมาได้จริงแล้ว 50 ชิ้นงาน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเชิงสร้างสรรค์ ที่จะเผยโฉมสู่สาธารณะในปี 2563 ผลงานนี้เกิดจากความร่วมมือกับบริษัท อีทราน (ไทยแลนด์) สตาร์ทอัพสายยานยนต์ของไทย โดยทั้ง 2 บริษัทกำลังพัฒนาจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ETRAN KRAF มีการใช้พลาสติกแบบปกติ และมีการนำพลาสติกรีไซเคิลที่เป็นคาร์บอนไฟเบอร์คอมโพสิทไปใช้เป็นชิ้นส่วนประกอบที่สำคัญ ความพิเศษอยู่ที่เป็นยานยนต์พลังงานสะอาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีการวางแผนจำหน่ายล็อตแรกที่ 300 คัน GC ยังคงมุ่งมั่นที่สนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับพันธมิตรรายอื่นๆเพื่อความร่วมมือในการขับเคลื่อนธุรกิจไปด้วยกัน” ดร.เกรียงศักดิ์ กล่าว
ดร.ชญาน์ จันทวสุ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบริหารความยั่งยืนและภาพลักษณ์องค์กร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวว่า บริษัทฯ มีแนวทางในการพัฒนาโซลูชั่นเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์พลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมร่วมกับคู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ ด้วยแนวทางที่จะร่วมมือกันผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เช่น พลาสติกแบบดั้งเดิมที่หลายคนเป็นกังวล ปัจจุบัน GC สามารถวิจัยและพัฒนาจนได้เป็นวัสดุที่ดี มีคุณภาพ นำไปสู่การใช้ทรัพยากรและวัตถุดิบน้อยลง แต่ยังคงคุณภาพ ความแข็งแรง ความทนทานของผลิตภัณฑ์ได้ดียิ่งกว่าเดิม รวมไปถึงการใช้วัสดุที่สามารถย่อยสลายได้อีกด้วย ซึ่ง GC มีความพร้อมในการพัฒนาวัตถุดิบเพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า อาทิ ผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เหมาะสมในกระบวนการผลิตของคู่ค้า ซึ่งเป็นไปตามแนวทางของบริษัทฯ ที่ดำเนินการอยู่แล้วในปัจจุบัน