นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่าในเดือนก.ค.กลุ่มยานยนต์จะประชุมเพื่อพิจารณาปรับเป้าหมายการผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกของประเทศไทยในปีนี้ใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยคาดว่าจะปรับเป้าหมายยอดขายในประเทศตลอดทั้งปีเหลือเพียง700,000 คันจากเป้าหมายเดิม750,000 หรือลดลง50,000คันขณะที่เป้าหมายการส่งออกที่ตั้งไว้1,150,000 คัน ยังมั่นใจว่าจะสามารถส่งออกได้ตามแผนที่กำหนดไว้ขณะที่จากเดิมในปีนี้ กลุ่มยานยนต์ตั้งเป้าหมายการผลิตรถยนต์รวมไว้ที่1,900,000 คัน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศยังเปราะบางและกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัวลง
นอกจากนี้ยังมีปัจจัย ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลงติดต่อกันมากกว่าสิบเดือน โรงงานหลายแห่งลดเวลาทำงานลงและมีการเลิกจ้างพนักงานหลายหมื่นคน ทำให้ขาดรายได้ ประชาชนจึงระมัดระวังการใช้จ่ายเพราะความไม่แน่นอนในเรื่องรายได้รวมทั้งค่าอาหาร ค่าเดินทางและพลังงานมีราคาสูงขึ้น คาดว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังปีนี้จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 และปี 2568 ที่่กำลังพิจารณาในสภาฯ แต่เศรษฐกิจจะขยายตัวถึง 3 %หรือไม่ ยังน่ากังวลถ้ายอดผลิตรถยนต์และขายรถยนต์ และขายอสังหาริมทรัพย์ยังติดลบ เพราะทั้งสองอุตสาหกรรมมีอุตสาหกรรม ต่อเนื่องและแรงงานมากซึ่งจะส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศมาก
"แต่เศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวได้ถึง 3% หรือไม่ ยังน่ากังวล ถ้ายอดผลิตและยอดขายรถยนต์ และขายอสังหาริมทรัพย์ยังติดลบ จะส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศมาก"
สำหรับยอดผลิตรถยนต์เดือนพ.ค.2567 ผลิตได้ 126,161 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 16.19% ตามภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่เติบโตในอัตราต่ำ และการผลิตรถยนต์ไฟฟ้ายังไม่พร้อมเต็มที่
ทั้งนี้สอดคล้องกับยอดขายรถยนต์ภายในประเทศเดือนพ.ค.2567 อยู่ที่ 49,871 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 23.38% เพราะสถาบันการเงินเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ รวมทั้งเศรษฐกิจในประเทศขยายตัวในอัตราต่ำจากการล่าช้าของงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ทำให้การลงทุนของภาครัฐลดลง
กลุ่มยานยนต์ ปรับลดยอดขายในประเทศลง 5 หมื่นคัน เหตุเศรษฐกิจเปราะบางกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัวลง
