กนอ. ยืนยันน้ำในอ่างเก็บน้ำหลัก 4 แห่งในพื้นที่จังหวัดระยอง ยังมีน้ำต้นทุนเพียงพอใช้งานในภาคอุตสาหกรรมจนถึงสิ้นสุดฤดูแล้งนี้ พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการในพื้นที่นิคมฯภาคตะวันออกปรับลดการใช้น้ำลง 10 %
นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เผยถึงการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ภาคตะวันออกเพื่อให้ไม่กระทบกับภาคอุตสาหกรรมและประชาชนหลัง การตรวจสอบปริมาณน้ำทั้ง 4 อ่างเก็บนํ้าหลัก ได้แก่ อ่างเก็บน้ำดอกกราย อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล อ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ และอ่างเก็บน้ำประแสร์ โดยพบว่ามีปริมาณน้ำต้นทุนที่ได้มาจากการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์และปริมาณน้ำฝนที่จะไหลเข้าอ่าง คาดการณ์ ณ เดือนเม.ย. ว่าจะมีปริมาณน้ำรวม 93.9 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีแผนการใช้น้ำอยู่ที่ 88.5 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้มีน้ำต้นทุนคงเหลือประมาณ 13.6 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยกนอ.มั่นใจว่าจากปริมาณน้ำดังกล่าวจะทำให้มีปริมาณน้ำเพียงพอ ใช้งานไปจนถึงเดือนมิ.ย.นี้
“กนอ.มีแผนในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกมาโดยตลอด โดยที่จังหวัดระยองได้ทำการเพิ่มนํ้าต้นทุนให้กับ 4 อ่างเก็บน้ำหลัก ได้แก่ การสูบผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแกด ลุ่มน้ำวังโตนด จังหวัดจันทบุรี ที่มีปริมาณน้ำล่าสุดรวม 10 ล้านลูกบาศ์กเมตรเพื่อนำไปเพิ่มน้ำต้นทุนยังอ่างเก็บน้ำประแสร์ จังหวัดระยองขณะที่ อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล มีปริมาณนํ้า 100,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน“
นางสาวสมจิณณ์ กล่าวว่า กนอ.ยังได้มีมาตรการเร่งด่วนด้วยการเพิ่มน้ำต้นทุนในนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก โดยการนำน้ำจากคลองชากหมากมาผ่านการบำบัด (WWRO) นำกลับมาใช้ใหม่ทำให้มีปริมาณน้ำใช้เพิ่มขึ้น 7,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งมาตรการนี้ จะสามารถนำมาใช้ได้ในเดือนมิ.ย.นี้ ขณะที่ในส่วนจังหวัดชลบุรี มีการสูบนํ้าจากอ่างเก็บนํ้าคลองหลวงรัชชโลทร มายังอ่างเก็บน้ำบางพระ จังหวัดชลบุรี ปริมาณ 3 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อทดแทนปริมาณน้ำที่ส่งมาจากจังหวัดระยอง
”กนอ.ได้ ขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการในนิคมฯมาบตาพุดคอมเพล็กซ์ อาทิ นิคมฯ มาบตาพุด นิคมฯ ดับบลิวเอชเอ นิคมฯเอเชีย นิคมฯไออาร์แอล ในการปรับลดปริมาณการใช้น้ำลง 10”