ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานชี้ราคาน้ำมันเวสต์เท็กซัสติดลบเป็นเพราะต้องรีบเทขายก่อนหมดกำหนดวันส่งมอบ

ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานชี้ราคาน้ำมันเวสต์เท็กซัสติดลบเป็นเพราะต้องรีบเทขายก่อนหมดกำหนดวันส่งมอบ

ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานชี้ราคาน้ำมันเวสต์เท็กซัสติดลบเป็นเพราะต้องรีบเทขายก่อนหมดกำหนดวันส่งมอบเดือนพ.ค. แต่เพียงแค่1 วันเท่านั้น พอเริ่มสัญญาส่งมอบเดือนมิ.ย.ราคาก็เข้าสู่ภาวะปกติ


         นายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน เปิดเผยถึงกรณีที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส(WTI)ของสหรัฐฯที่มีราคาลดลงอย่างรุนแรง เมื่อวันที่ 20เม.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นราคาส่งมอบของเดือนพ.ค.นี้ ที่ได้หมดอายุลงเมื่อวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ผู้ที่ถือสัญญาซื้อขายน้ำมันดังกล่าว ซึ่งก็คือกองทุนเก็งกำไรหรือกลุ่มผู้ค้าน้ำมันตลาดโลกต้องจำใจเทขายออกมา เพราะถ้าไม่ขายออกมาก็ต้องแบกรับภาระสต็อกน้ำมันดิบที่ถือไว้ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะในสหรัฐฯเท่านั้น ไม่ได้เกิดขึ้นกับผู้ค้าน้ำมันรายอื่นๆในตลาดโลก


              นายมนูญ กล่าวว่า สาเหตุที่ราคาน้ำมนเวสต์เท็กซัสต้องเผชิญวิกฤตราคาตกต่ำอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเพราะขณะนี้ความต้องการใช้น้ำมันในโลกลดลงต่อเนื่อง ในทุกๆประเทศเพราะปัญหาไวรัสโควิด-19  การที่กองทุนเก็งกำไรน้ำมันต้องเทขายน้ำมันเวสต์เท็กซัสออกมา โดยขายในราคาติดลบ37เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรลหรือเท่ากับว่า ต้องแถมเงินให้กับลูกค้าอีก37เหรียญฯต่อบาร์เรล เพื่อระบายน้ำมันที่ล้นสต็อกออกไปโดยเร็วที่สุด ก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงวันเดียวคือวันที่20 เม.ย.ที่ผ่านมา เพราะตั้งแต่วันที่ 21เม.ย.เป็นต้นไปราคาน้ำมันเวสต์เท็กซัสก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติ เพราะวันที่ 21เม.ย.เป็นวันเริ่มต้นของราคาน้ำมันดิบสำหรับส่งมอบในเดือนมิ.ย.เป็นต้นไป ซึ่งราคาเวสต์เท็กซัสก็ดีดตัวกลับไปที่ระดับ 20เหรียญฯต่อบาร์เรลแล้ว


         สำหรับกรณีดังกล่าว เป็นสัญญานบ่งชี้ว่าตลาดน้ำมันโลก อยู่ในภาวะปริมาณการผลิตน้ำมันดิบล้นโลก และหากไวรัสโควิด-19 ยังยืดเยื้อ ก็จะทำให้ราคาน้ำมันตลาดโลกยังทรงตัวอยู่ต่อไปอีกหลายๆเดือน โดยล่าสุดทุกประเทศทั่วโลก ใช้น้ำมันรวมกันวันละ 70ล้านบาร์เรล ขณะที่กำลังการผลิตจากโอเปกและนอกโอเปกมีกำลังการผลิตรวมกันวันละ 80-90ล้านบาร์เรล
 
นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) กล่าวว่าแนวโน้มราคาน้ำมันดิบตลาดโลกในขณะนี้อยู่ในภาวะทรงตัว  เนื่องจากตลาดน้ำมัน ยังกังวลเกี่ยวกับความต้องการใช้น้ำมันในตลาดโลกชะลอตัวลง ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกหดตัว หลังรัฐบาลหลายๆประเทศประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมไวรัสโควิด-19 อีกทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะในสหรัฐฯและประเทศในทวีปยุโรปยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
 
โควิด-19 ที่แพร่กระจายไปทั่วโลก จนทำให้มีการปิดเมืองเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้และราคาน้ำมันโลก โดยมุมมองของนักลงทุนในตลาประเมินว่าแม้กลุ่มโอเปก และพันธมิตรจะร่วมกันลดปริมาณการผลิตในเดือน พ.ค.-มิ.ย.นี้ก็อาจไม่มีผลต่อราคาน้ำมันมากนัก ”

นอกจากนี้ จากการติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกเมื่อวันที่ 13-19 เม.ย.  ที่ผ่านมา พบว่าราคายังปรับตัวลดลงต่อเนื่อง เนื่องจากความต้องการลดลงต่ำสุดในรอบ 25 ปี และรายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯเพิ่มสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 20.78 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 3.38 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และตลาดเวสต์เท็กซัสเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 20.11 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 4.28 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล