ส.อ.ท.ส่งข้อเสนอแนวทางลดค่าไฟภาคธุรกิจและมาตรการลดค่าไฟเพิ่มเติมให้กระทรวงพลังงาน ชงออกมาตรการช่วยเหลือ 32 กลุ่มอุตสาหกรรม บรรเทาผลกระทบจากวิกฤติโควิด- 19 หนุนเรื่องเงินช่วยเหลือลดค่าไฟผันแปรอัตโนมัติ แต่หากจะนำไปบวกในงวดหน้า จึงเสนอให้ หักเงินช่วยเหลือส่วนนี้จากรายได้ของการไฟฟ้าแทนที่นำส่งกระทวงการคลัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.)ได้จัดทำรายละเอียดธุรกิจ ที่ได้รับผลกระทบและมาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้ามาให้กระทรวงพลังงานพิจารณาหามาตรการช่วยเหลือ 32 กลุ่มอุตสาหกรรมจาก 45 กลุ่ม เพิ่มเติม หลังจากก่อนหน้านี้กระทรวงพลังงาน ได้ออกมาตรการช่วยเหลือไปรอบหนึ่งแล้ว
สำหรับมาตรการที่เสนอมาหลักๆ ได้แก่ 1.ขอให้ขยายระยะเวลาการผ่อนผันการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าขั้นต่ำ70%(Demand Charge)ออกไปจนถึงสิ้นปีนี้ แก่ผู้ประกอบการประเภทที่3-7 ได้แก่ กิจการขนาดกลาง ,กิจการขนาดใหญ่ กิจการเฉพาะอย่าง องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร และสูบน้ำเพื่อการเกษตร จากเดิมที่กำหนดมาตรการช่วยเหลือเวลา 3 เดือน (มี.ค.-พ.ค.)
2. ส.อ.ท.เห็นด้วยกับความช่วยเหลือจากกระทรวงพลังงานเรื่องการช่วยเหลือค่าไฟฟ้า ภาคประชาชนด้วยการบริหารจัดการแต่ขอให้พิจารณาเรื่องเงินที่ช่วยเหลือดังกล่าวต้องไม่นำไปบวกเพิ่มในค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ(เอฟที) ในอนาคตจึงเสนอให้ หักเงินช่วยเหลือส่วนนี้ จากรายได้ของการไฟฟ้าแทน ที่จะนำส่งกระทวงการคลัง และ 3.เรื่องการคำนวนค่าเอฟที เสนอให้มีการประเมินด้วยวิธีการที่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงเร็วขึ้น โดยใช้วิธีการคำนวณแบบค่าเฉลี่ย 3 เดือนและเทียบเป็นรายไตรมาส
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส.อ.ท. ได้ส่งรายละเอียดข้อเสนอเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการพลังงานเพื่อให้ช่วยเหลือผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ได้รับผลกระทบอย่างมาก เนื่องจากปริมาณการผลิตคำสั่งซื้อและผลประกอบการลดลง 70 % และมีภาระแบกรับค่าใช้จ่ายอย่างเช่นค่าไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเรื่อง Demand Charge กกพ.ได้ดำเนินการแล้วโดยจะเร่งออกประกาศเพื่อทราบสัปดาห์หน้า ส่วนในเรื่องค่าเอฟที และเงินช่วยเหลือค่าไฟฟ้า กระทรวงฯจะพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
สำหรับ 32 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ เครื่องนุ่งห่ม ยานยนต์ ชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ เครื่องสำอาง สิ่งทอ หนังและผลิตภัณฑ์หนัง รองเท้า อัญมณีและเครื่องประดับ เหล็ก ปูนซีเมนต์ หลังคาและอุปกรณ์ แกรนิตและหินอ่อน แก้วและกระจก เซรามิค โรงเลื่อยและโรงอบไม้ ไม้อัด ไม้บางและวัสดุแผ่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องจักรกลและโลหะการ เครื่องจักรกลการเกษตร ต่อเรือซ่อมเรือและก่อสร้างงานเหล็ก หล่อโลหะ ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม สมุนไพร น้ำมันปาล์ม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ปิโตรเคมี ก๊าซ พลังงานหมุนเวียน หัตถกรรมสร้างสรรค์ การจัดการเพื่อสิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีชีวภาพ.