นายเขมรัตน์ ศาสตร์ปรีชา รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ PEA ENCOM เปิดเผยว่า PEA ENCOM เป็นบริษัทให้บริการพลังงานทางเลือก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกับลูกค้า เพื่อใช้ร่วมในขบวนการผลิต ที่มีแนวโน้มการขยายตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากต้นทุนของพลังงานทดแทนมีแนวโน้มที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง
ประกอบกับทิศทางการเปลี่ยนแปลงของการผลิตไฟฟ้าจากแบบรวมศูนย์ (Centralized) สู่การบริหารจัดการระบบไฟฟ้าจากแหล่งผลิตขนาดเล็กแบบกระจายศูนย์ (Decentralized)
นอกจากนี้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจีดการด้านพลังงานในสถานประกอบการ และบ้านพักอาศัย ยังได้มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการและการนำเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) มาใช้ในการซื้อขายพลังงานไฟฟ้า
ทั้งนี้ PEA ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน (Premium Energy Management) เมื่อเดือนมีนาคม 2018 ร่วมกับ BCGP ผู้นำธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคและหนึ่งในผู้บุกเบิกการนำนวัตกรรมระดับโลกมาใช้ในธุรกิจพลังงาน ภายใต้กรอบข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาธุรกิจพลังงานสะอาดร่วมกัน โดยจัดตั้งบริษัท Thai Digital Energy Development ซึ่งมีแนวทางการดำดนินการร่วมกันทั้งทางด้าน
1. ส่งเสริมธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน สนับสนุน New Digital Business ผ่าน PEA Hero Platform ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเป็นผู้พัฒนา
2. ส่งเสริมธุรกิจประหยัดพลังงาน และธุรกิจบริหารจัดการพลังงาน (ESCO) ในหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน 3. พัฒนาผลิตภัณฑ์ด้าน Digital Energy แบบครบวงจรเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค
ทั้งนี้บริษัท Thai Digital Energy Development มีทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท มีแผนการลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทนแบบ Decentralized Distribution และธุรกิจดิจิทัล เพื่ออุตสาหกรรมพลังงาน โดยในปีที่ผ่านมา ได้เริ่มโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคากับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่กำลังการผลิต 12 เมกะวัตต์เป็นโครงการแรก
นอกจากนี้ ยังมี Power Ledger พันธมิตรในธุรกิจ Digital Energy จากประเทศออสเตรเลีย มาเป็นผู้ร่วมพัฒนานวัตกรรมต่างๆ มาใช้ในการบริหารจัดการการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ก่อให้เกิดของเสียในระบบ ส่งเสริม Circular Economy สนับสนุนการอนุรักษ์และประหยัดพลังงานเพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคและประเทศชาติในภาพรวม เป็นนวัตกรรมแห่งการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน