“สุริยะ”เผยผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนเม.ย.ปรับตัวดีขึ้นส่งผลให้ภาพรวมเอ็มพีไอ อยู่ที่ 91.88 เพิ่มขึ้น18.46 %

“สุริยะ”เผยผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนเม.ย.ปรับตัวดีขึ้นส่งผลให้ภาพรวมเอ็มพีไอ อยู่ที่ 91.88 เพิ่มขึ้น18.46 %

“สุริยะ”เผยผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนเม.ย.ปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมเอ็มพีไอ อยู่ที่ 91.88 เพิ่มขึ้น18.46% เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มดีขึ้นหลังฉีดวัคซีนโดยเฉพาะคู่ค้าหลักของไทยเริ่มฟื้นตัว

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สถานการณ์ภาคการผลิตอุตสาหกรรม มีสัญญาณดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสะท้อนได้จากดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) ที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 โดยในเดือนเม.ย.ท่ีผ่านมา อยู่ที่ระดับ 91.88 เพิ่มขึ้น18.46%เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เกิดผลกระทบจากการระบาดรอบแรกของไวรัสโควิด-19 มากที่สุด จากทิศทางเศรษฐกิจของโลกที่ดีขึ้น สะท้อนได้จากตัวเลขการส่งออกที่เพิ่มขึ้นในระดับสูง

ประกอบกับภาครัฐมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้แนวโน้มภาคการผลิตของประเทศเติบโตต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่แต่ไม่ได้ส่งผลต่อการผลิตในภาพรวม ของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ภาคการผลิตอุตสาหกรรมยังคงดำเนินการได้อย่างปกติ และเศรษฐกิจของไทยมีแนวโน้มดีขึ้น ตามทิศทางการส่งออกที่ดีขึ้นเช่นกัน

“คาดว่าภาคอุตสาหกรรมจะยังคงขยายตัวได้ตามเป้าหมาย ดังนั้น ในช่วงเวลานี้ภาคการผลิตอุตสาหกรรมและการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐจึงถือได้ว่าเป็นกลจักรสำคัญที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวข้ามผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 ไปได้”

ท้ังนี้ อุตสาหกรรมสำคัญๆที่ส่งผลให้ เอ็มพีไอ ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้แก่ รถยนต์ ที่ขยายตัวในระดับสูงถึง 288.06% จากรถปิกอัพ รถยนต์นั่งขนาดเล็ก และเครื่องยนต์ดีเซล โดยตัวเลขดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม 4 เดือนแรกปี 2564 ขยายตัวเฉลี่ย 4.38% อัตราใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 65.48 %นื่องจากในปีก่อนมีการหยุดผลิตชั่วคราวของผู้ผลิตรายหลาย หลังการประกาศมาตรการล็อกดาวน์ในประเทศจากการแพร่ระบาดโควิด-19 เครื่องใช้ไฟฟ้า ในครัวเรือน ขยายตัว75.61% จากความต้องการของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นเนื่องจากการทำงานอยู่บ้านของประชาชน เพื่อลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ประกอบกับสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศต่าง ๆ เริ่มดีขึ้นจึงมีความต้องการจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น เหล็ก ขยายตัว 29.2 %ขยายตัวเกือบทุกรายการสินค้า

สำหรับ การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา มีมูลค่า 16,178.8 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 45.69% เมื่อเทียบกับเดือนเม.ย. 2563 และขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ที่ 13.09% เป็นการขยายตัวสูงที่สุดในรอบ 36 เดือน โดยกลุ่มสินค้าเกษตรกรรมเพิ่มขึ้น 11.44% สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตรเพิ่มขึ้น 1.46 %และสินค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น12.43 %การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่ รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์ยาง เคมีภัณฑ์ เป็นต้น การนำเข้าสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป (ไม่รวมทองคำ) ขยายตัว 26.82 %สินค้าที่มีการนำเข้าเพิ่มขึ้น ได้แก่ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ เป็นต้น