นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยความคืบหน้าการขนย้ายสารสไตรีนโมโนเมอร์ที่ตกค้างในพื้นที่ที่เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงาน บริษัท หมิงตี้เคมีคอล จ.สมุทรปราการว่า เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่ ได้มีขนย้ายสารเคมีสไตรีนโมโนเมอร์ไปแล้ว 650 ตัน คาดว่า จะดำเนินการให้ครบ 1,000 ตัน ให้แล้วเสร็จในวันที่ 17 ก.ค.นี้ ซึ่งขณะนี้ กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ได้ทยอยส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมแห่งอื่นๆ โดยเน้นไปที่โรงงานที่ใช้สารเคมีในกระบวนการผลิต โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับการผลิตยางเรซินสังเคราะห์ ยางอีลาสโตเมอร์ พลาสติก รวม 92 แห่ง และโรงงานประกอบกิจการทำเคมีภัณฑ์ สารเคมี หรือวัสดุเคมี ซึ่งไม่ใช่ปุ๋ย จำนวน 460 แห่ง รวมทั้งหมด 552 แห่ง โดยเป็นกลุ่มโรงงานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชน และเป็นโรงงานที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน เป็นระยะเวลานานเกิน 10 ปี เป็นอันดับแรก
นายประกอบ วิวิธจินดา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กล่าวว่า ได้ส่งการให้ เจ้าหน้าที่กองบริการงานอนุญาตโรงงาน 1 กองส่งเสริมเทคโนโลยีความปลอดภัยโรงงาน และกองบริหารจัดการวัตถุอันตราย กรอ. เข้าร่วมตรวจสอบโรงงาน บริษัท ไทยโทเรซินเทติคส์ จำกัด เขตบางเขน กรุงเทพฯ เป็นแห่งแรกตามนโยบายดังกล่าว โดย กรอ.มีแผนที่จะตรวจสอบโรงงานในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด 50 โรงงาน ตลอดเดือนก.ค.นี้ และจะเร่งตรวจต่อไปโรงงานที่ใช้สารเคมีในกระบวนการผลิตทั้งหมดต่อไป
สำหรับ ความคืบหน้าสารสไตรีนที่คงค้างอยู่ภายใน บริษัท หมิงตี้เคมีคอล ที่เกิดเหตุเพลิงไหม้บริษัท หมิงตี้เคมีคอล ข้อมูลเบื้องต้น เป็นการคาดการณ์ปริมาณสารที่ยังคงเหลืออยู่จากทีมปฏิบัติการฉุกเฉินและผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทสารเคมีที่เข้าไปตรวจสอบว่า มีประมาณ 600 ตัน เนื่องจากบริเวณที่วางถังบรรจุสไตรีน ยังมีความเสี่ยงและอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงาน หลังจากทีมปฏิบัติงานได้เข้าควบคุมสถานการณ์ เพื่อไม่ให้เกิดการทำปฏิกิริยาต่อเนื่องของสารเคมีจนปลอดภัยต่อการขนย้ายได้แล้ว จึงได้ตรวจวัดปริมาณสารอีกครั้ง พบว่า มีสารสไตรีนอยู่ 1,000 ตัน สารสไตรีนทั้งหมด จะถูกขนส่งไปกำจัดให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 17 ก.ค. นี้