กระทรวงอุตสาหกรรม ชี้แจง กรณีผลิตหน้ากากผ้ายืนยันมีคุณภาพ ผ่านการตรวจรับรองมีผลห้องทดลองยืนยันใช้งานได้จริง

กระทรวงอุตสาหกรรม ชี้แจง กรณีผลิตหน้ากากผ้ายืนยันมีคุณภาพ ผ่านการตรวจรับรองมีผลห้องทดลองยืนยันใช้งานได้จริง

   กระทรวงอุตสาหกรรม ชี้แจง กรณีผลิตหน้ากากผ้ายืนยันมีคุณภาพ ผ่านการตรวจรับรองมีผลห้องทดลองยืนยันใช้งานได้จริง ป้องกันละอองสารคัดหลั่งได้” ให้ประชาชนมั่นใจคุ้มค่างบประมาณ  67 ล้านบาท


นางวรวรรณ  ชิตอรุณ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับ  และบริหารโครงการผลิตหน้ากากผ้าเพื่อลดปัญหาการขาดแคลนหน้ากากอนามัยและป้องกันการระบาดของ   โรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19เปิดเผยว่ากรณีที่มีผู้วิพากษ์วิจารณ์ว่าการที่ กระทรวงฯ ในฐานะหน่วยงานที่ จัดทำหน้ากากผ้า จำนวน 10 ล้านชิ้นมูลค่า 67 ล้านบาท  เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนทั่วประเทศ อาจมีความไม่โปร่งใสและคุณภาพของผ้าที่นำมาผลิตไม่ได้มาตรฐาน เปิดเผยว่า กระทรวงฯขอยืนยันว่า ต้นทุนในการผลิตหน้ากากผ้า มีต้นทุนอยู่ที่ 6.08 บาทต่อชิ้น   และค่าบริหารจัดการของไปรษณีย์ไทยแบบพัสดุอีเอ็มเอส  7  ล้านบาท ซึ่งทั้งสองส่วนสูงกว่างบประมาณที่ได้รับการจัดสรร  


สำหรับต้นทุนในส่วนหน้ากากผ้า (ต่อชิ้น) ประกอบด้วย หมวดวัตถุดิบหลัก ได้แก่ ต้นทุนผ้าที่เป็นไปคุณสมบัติตามเกณฑ์สถาบันสิ่งทอ พร้อมค่ายางยืดหู 2 ข้าง  หมวดการผลิต ได้แก่ ค่าแรงตัด เย็บ หมวดบรรจุภัณฑ์ ได้แก่ ค่าซอง การพิมพ์และแพ็คสินค้า   หมวดทดสอบ ได้แก่ ค่าตรวจสอบคุณสมบัติของผ้าก่อนผลิต ค่าตรวจสอบหน้ากากผ้าหลังผลิตเสร็จตามจำนวนล็อตที่มีการส่งมอบ  และหมวดขนส่งถึงจุดที่กระทรวงฯกำหนด
 
ขณะเดียวกันใน เรื่องของคุณภาพมาตรฐานของหน้ากากผ้าทุกชิ้นได้ผ่านการตรวจรับรองการทดสอบคุณสมบัติ   ทางกายภาพและคุณลักษณะด้านความปลอดภัยจากสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ  ทั้งก่อนและหลังผลิตหน้ากากผ้า อาทิความ  สะอาด ไม่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์  ไม่มีลายพิมพ์  อ่อนนุ่มต่อผิวสัมผัส และไม่เกิดการระคายเคือง มีน้ำหนักต่อหน่วยพื้นที่  ไม่น้อยกว่า 80 กรัมต่อตารางเมตร และไม่เกิน 220 กรัมต่อตารางเมตร (หากเกิน   จะส่งผลให้หายใจได้ลำบาก) และผ่านการทดสอบคุณลักษณะด้านความปลอดภัย ไม่มีสารพิษตกค้าง โดยการทดสอบสีเอโซ และปริมาณฟอร์แมลดีไฮด์ ซึ่งหน้ากากผ้าจะมีการตัดเย็บแบบ 2 ชั้น มีการทดสอบการผ่านได้ของอากาศ (Air Permeability) (ต้องไม่เกิน 50 ลูกบาศก์เซนติเมตรต่อตารางเซนติเมตรต่อวินาที) และความหนาต้องไม่น้อยกว่า 0.5 มิลลิเมตร  ซึ่ง สามารถใช้เพื่อป้องกันละอองสารคัดหลั่ง จากการไอหรือจาม (ขนาด 5 ไมครอน) และใช้ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้ในการใช้ชีวิตประจำวันทั่วไปได้