นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.)เปิดเผยว่าขณะนี้ การฉีดวัคซีนในภาคอุตสาหกรรมในภาพรวมล่าสุดคิดเป็น 10% เท่านั้น จากจำนวนแรงงานภาคอุตสาหกรรมทั้งประเทศ ถือว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำมาก และหากจะเปิดประเทศไทยใน120 วัน ก็คงเป็นตัวเลขที่ห่างไกลกับความเป็นจริง ประชาชนก็ขาดความเชื่อมั่นในเรื่องวัคซีน ดังนั้นรัฐบาลควรเปิดทางเลือกให้กับประชาชนในการเข้าถึงวัคซีนทางเลือก
ล่าสุด ส.อ.ท.ได้ดำเนินการจัดทำ 3 มาตรการเร่งด่วน “ป้องกัน รักษา เยียวยา”โดยได้ จัดตั้งคณะทำงาน 5 ชุดเพื่อนำร่องในการขับเคลื่อนมาตรการดังกล่าว ในการช่วยเหลือสมาชิกส.อ.ท.ที่มีโรงงานเกี่ยวข้อง13,000 แห่ง โดยคณะทำงานได้แก่ 1. คณะทำงานด้านข้อมูลโควิด มีหน้าที่จัดการให้ความรู้การป้องกันโควิด-19 ,จัดทำคู่มือการปลูกและแจกเมล็ดพันธุ์ฟ้าทะลายโจรให้กับสมาชิก เป็นต้น
2. คณะทำงานจัดหาชุด Rapid antigen test และจัดทำห้องความดันลบ ซึ่งเป็นมาตรการป้องกันที่เบื้องต้นสอท.จะจัดหามาให้สมาชิกนำร่อง 50,000 ชุดในสัปดาห์หน้า โดยกำลังต่อรองราคาให้ต่ำกว่า200บาทต่อชุด และกำลังติดต่อการนำเข้ามาเพิ่มเติมพร้อมกับประสานโรงพยาบาลเกษมราษฎร์มาช่วย โดยหากทดสอบ แล้วมีผลบวกก็จะไปสู่กระบวนการจัดหาเตียงให้กับผู้ติดเชื้อ
3. คณะทำงาน คอลเซ็นเตอร์ เพื่อ ทำหน้าที่ประสานงานรับเรื่องการตรวจโควิด-19 ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร ในการช่วยเหลือผู้ป่วยที่ติดเชื้อ 4. คณะทำงานระบบแจ้งเตือน ผู้มีความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 เพื่อทำหน้าที่ผลักดันต่อกรมควบคุมโรคใช้ระบบ ENX ในการติดตามและแจ้งเตือนเมื่อบุคคลอี่นๆ ต้องติดต่อใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อหรือกลุ่มเสี่ยง และ5. คณะทำงานรับบริจาคช่วยเหลือในการจัดหาห้องความดันลบหรือเปิดรับบริจาคหาเงินช่วยเหลือ สมาชิก ของ ส.อ.ท.
สำหรับมาตรการเยียวยา ส.อ.ท. ได้ร่วมกับสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือภาคธุรกิจและภาคประชาชน โดยเตรียมผลักดันการขอหักภาษีค่าวัคซีนทางเลือก และชุดตรวจโควิดได้ 2 เท่า ให้กับบริษัทที่เข้าร่วมโครงการ และการลดระยะเวลา เครดิตเทอม ให้แก่คู่ค้าของบริษัทโดยเฉพาะกลุ่ม เอสเอ็มอี ในระยะเวลา 30 วันต่อไปจนถึงสิ้นปีนี้ รวมไปถึงเตรียมทำหนังสือเพื่อเสนอให้มีการเพิ่มการค้ำประกันสินเชื่อให้ เอสเอ็มอี ของบรรษัทค้ำประกันสินเชื่อขนาดย่อม(บสย.)ให้ค้ำประกันสินเชื่อให้กับเอสเอ็มอีจากปัจจุบัน 40% เป็นไม่น้อยกว่า60% เป็นต้น