นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยแนวโน้มราคาน้ำมันดิบตลาดโลกขณะนี้ ยังคงมีความผันผวน หลังตลาดโลก กังวลเรื่องความขัดแย้งในการประชุมกลุ่มโอเปกพลัส เกี่ยวกับนโยบายการผลิตน้ำมันดิบตั้งแต่ เดือนสิงหาคม เป็นต้นไป ที่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ และยังไม่มีการกำหนดวันประชุมที่ชัดเจนเพื่อหาข้อสรุป
ทั้งนี้ หากไม่มีการปรับเพิ่มการผลิตจากกลุ่มโอเปกพลัส ก็จะทำให้ตลาดน้ำมันดิบโลกเผชิญภาวะความต้องการตึงตัวในไตรมาส 3 และ 4 ได้ รวมทั้งทำให้แต่ละประเทศในกลุ่มโอเปกพลัส ต่างเร่งเพิ่มกำลังผลิตน้ำมันดิบ โดยไม่สนใจข้อตกลงของกลุ่มโอเปกพลัส ก็จะทำให้เกิดสงครามแย่งกันลดราคาจำหน่ายได้ เพราะความต้องการในตลาดโลกที่ไม่เพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกันแม้ว่ามีบางฝ่ายคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก ไตรมาส3-4 อาจเพิ่มขึ้น ได้จากแรงหนุนของภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวในสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป หลังประชากรส่วนใหญ่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 แต่ราคาก็อาจปรับลดลงต่อเนื่องได้เช่นกัน จากแรงกดดันของจำนวนผู้ติดโควิด-19 ในหลายๆประเทศทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอาเซียนที่เกือบทุกประเทศหันกลับมาใช้มาตรการล็อคดาวน์ ทำให้ความต้องการบริโภคน้ำมันลดลงต่อเนื่อง รวมทั้งญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้ใช้น้ำมันรายใหญ่อันดับ 4 ของโลก เตรียมประกาศภาวะฉุกเฉินสำหรับพื้นที่โตเกียว ระหว่างช่วงการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในวันที่ 23 ก.ค. - 8 ส.ค. นี้เท่ากับว่าการใช้น้ำมันของญี่ปุ่นก็จะลดลงต่อเนื่อง
สำหรับภาพรวมสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกระหว่าง วันที่ 5 - 11 ก.ค. ที่ผ่านมาพบว่า ราคาน้ำมันดิบดูไบและเวสต์เท็กซัส เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 73.47 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และ 73.27 เหรียญฯตามลำดับ โดยปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 0.68 เหรียญฯ